ไวน์องุ่นแดง มักถูกพูดถึงบ่อยเพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่คนส่วนใหญ่ใช้ทำความเข้าใจโลกของไวน์ ทั้งยังเป็นชื่อที่หลายคนเรียกติดปากว่า ไวน์แดง แม้ในทางจริงจะหมายถึงไวน์ที่ทำจากองุ่นแดงซึ่งให้บุคลิกต่างกันไปตามสายพันธุ์และวิธีหมัก ผู้เริ่มต้นมักสับสนว่าทำไมขวดหนึ่งดื่มนุ่ม แต่อีกขวดกลับฝาดและมีกลิ่นผลไม้แห้ง ทั้งที่ดูคล้ายกันมาก
สิ่งที่น่าสนใจคือไวน์จากองุ่นแดงไม่ได้มีรสแบบเดียว และนี่แหละที่ทำให้คนอยากคุยกันต่อ เพราะการเข้าใจความต่างของรส กลิ่น และโครงสร้างแทนนินช่วยให้เลือกขวดที่เหมาะกับอาหารหรือโอกาสได้ง่ายขึ้น บางคนเปิดขวดครั้งแรกแล้วเจอความฝาดเกินคาด เลยคิดว่าไวน์ไม่ถูกปาก ทั้งที่จริงอาจเลือกสไตล์ไม่ตรง
ทำไมมือใหม่ถึงเริ่มจากไวน์องุ่นแดง
ไวน์องุ่นแดงเป็นตัวเลือกที่อธิบายโลกของไวน์ได้ครบในขวดเดียว เพราะมีทั้งกลิ่นผลไม้ เครื่องเทศ ความฝาด และความนุ่มให้สังเกต ถ้าคุณเพิ่งเริ่มดื่ม การเริ่มจากไวน์จากองุ่นแดงแบบเบาหรือกลางตัวจะช่วยฝึกแยกกลิ่นได้ง่ายกว่าไวน์ที่โครงสร้างหนักมาก ผู้ใช้จริงมักพบว่าการจับคู่กับอาหารอย่างไก่อบหรือพาสต้าเนื้อแดงช่วยลดความฝาดและทำให้รสกลมขึ้น ตัวอย่างเช่น ขวดที่มีแทนนินสูงอาจรู้สึกแข็งเมื่อดื่มเดี่ยว แต่พอทานกับเนื้อย่างกลับนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไขมันในอาหารช่วยถ่วงความฝาดได้ดี
ไวน์องุ่นแดงคืออะไร และต่างจากไวน์แดงทั่วไปตรงไหน
ไวน์องุ่นแดง คือไวน์ที่เริ่มจากองุ่นเปลือกแดงหรือม่วง แล้วปล่อยให้เปลือกสัมผัสกับน้ำองุ่นในช่วงหมัก จึงดึงสี กลิ่น และแทนนินออกมาได้มากกว่าไวน์ขาวที่แยกเปลือกออกเร็วกว่า จุดที่คนมักสับสนคือคำนี้กับไวน์แดงทั่วไป ซึ่งในทางใช้งานจริงบางครั้งหมายถึงสิ่งเดียวกัน แต่ถ้าจะพูดให้ละเอียด ไวน์จากองุ่นแดง จะชี้ไปที่วัตถุดิบและวิธีทำ ส่วนไวน์แดงเป็นชื่อเรียกในวงกว้างของเครื่องดื่มปลายทาง
องุ่นแดงกับกระบวนการหมักไวน์
สิ่งที่ทำให้ไวน์ชนิดนี้ต่างตั้งแต่ต้นทางคือการเลือก องุ่นพันธุ์สำหรับทำไวน์ และการปล่อยให้เปลือกอยู่กับน้ำองุ่นระหว่างหมัก เปลือกคือแหล่งของสีและสารที่ให้โครงสร้าง ทำให้ไวน์มีมิติขึ้น ไม่ได้เป็นแค่น้ำผลไม้หมักเฉย ๆ ในทางปฏิบัติ โรงบ่มบางแห่งจะคุมช่วงสัมผัสเปลือกสั้นหรือยาวต่างกัน เพื่อให้ได้สไตล์ที่ต้องการ ถ้าอยากได้กลิ่น โน้ตผลไม้ สดชัดและดื่มง่ายก็อาจสกัดไม่หนักมาก แต่ถ้าต้องการบอดี้ไวน์แน่นขึ้นก็จะปล่อยให้สัมผัสเปลือกนานกว่า
ผู้ใช้จริงมักเข้าใจผิดว่าองุ่นแดงทุกชนิดให้รสเหมือนกัน ทั้งที่ความต่างอยู่ที่พันธุ์องุ่นและวิธีหมักด้วย เช่น บางสายพันธุ์ให้โครงสร้างนุ่ม เหมาะกับการดื่มคู่กับอาหารเบา ๆ ขณะที่บางสายพันธุ์ให้เนื้อไวน์หนาและฝาดมากกว่า ข้อควรระวังคือไวน์จากองุ่นแดงไม่ได้แปลว่าจะหวานหรือแรงเสมอไป เพราะระดับน้ำตาลที่ถูกหมักจนเป็นแอลกอฮอล์และสไตล์การผลิตมีผลมากพอ ๆ กัน
ทำไมสี รส และแทนนินถึงต่างกัน
สีของไวน์ไม่ได้มาจากเนื้อองุ่นอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่ดึงมาจากเปลือกที่แช่ระหว่างหมักนี่แหละ ยิ่งสัมผัสนาน สีมักยิ่งเข้มและรสยิ่งชัด ในขณะที่ แทนนิน จากเปลือกและเมล็ดจะทำให้เกิดความฝาด ซึ่งบางคนชอบเพราะช่วยให้ไวน์ดูมีแกนและจบยาว แต่บางคนรู้สึกว่าแข็งเกินไป ในทางปฏิบัติไวน์ที่มีแทนนินสูงมักเข้ากับเนื้อย่างหรืออาหารมันได้ดี เพราะความฝาดจะถูกกลมด้วยไขมัน
อีกจุดที่ต่างคือประสบการณ์ตอนดื่ม ไวน์ที่หมักจากองุ่นแดงบางแบบจะให้ความรู้สึกเบาและผลไม้ชัด ในขณะที่บางแบบมีบอดี้ไวน์หนาและสัมผัสแห้งกว่า ดังนั้นเวลาเจอชื่อ red wine ในเมนูร้านอาหาร อย่าดูแค่ว่าเป็นไวน์แดงเหมือนกันทั้งหมด ให้สังเกตสไตล์ของเหล้าองุ่นด้วยว่าตั้งใจทำให้ดื่มง่ายหรือให้โครงสร้างแน่น เพราะตรงนี้แหละที่ทำให้แก้วเดียวกันให้ความรู้สึกคนละเรื่องได้เลย
รสชาติและกลิ่นของไวน์องุ่นแดงที่ควรสังเกต
พอเริ่มสังเกต ไวน์องุ่นแดง ดี ๆ จะพบว่าเสน่ห์จริงไม่ได้อยู่แค่สีเข้ม แต่คือชั้นของกลิ่นและรสที่ค่อย ๆ เปิดออกทีละนิด ไวน์บางแก้วให้ โน้ตผลไม้ ชัดเหมือนเชอร์รีหรือแบล็กเบอร์รี ขณะที่บางแก้วจะออกโทนเครื่องเทศ ดิน หรือกลิ่นไม้โอ๊กมากกว่า ซึ่งช่วยบอกบุคลิกของไวน์ได้ค่อนข้างแม่น
โน้ตผลไม้คือจุดเริ่มที่ง่ายสุด
การเริ่มจากกลิ่นผลไม้ช่วยให้แยกสไตล์ของ ไวน์แดง ได้ไว เพราะเป็นสิ่งที่รับรู้ได้ง่ายที่สุดในแก้วแรก ถ้าเป็นไวน์ที่มาจากองุ่นพันธุ์ผลสุกจัด มักให้กลิ่นแนวพลัม เชอร์รีดำ หรือผลไม้ป่า แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่ให้โทนสดกว่า กลิ่นจะออกไปทางราสป์เบอร์รีหรือแครนเบอร์รีแทน ตัวอย่างเช่น เวลาเทไวน์จากองุ่นพันธุ์ที่บ่มน้อย กลิ่นผลไม้จะพุ่งชัดกว่าไวน์ที่ผ่านการพักถังไม้ ซึ่งมักมีโทนวานิลลาหรือเครื่องเทศเข้ามาแทรก
แทนนินและบอดี้ไวน์บอกน้ำหนักของแก้ว
สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือความรู้สึกในปากมากพอ ๆ กับกลิ่น เพราะ แทนนิน เป็นตัวทำให้เกิดความฝาดและความแห้งที่ลิ้น ส่วน บอดี้ไวน์ คือความรู้สึกเบาหรือหนักของเนื้อไวน์ ถ้าเป็นไวน์ที่มีแทนนินสูง คุณจะรู้สึกเหมือนลิ้นถูกดึงเบา ๆ หลังกลืน ซึ่งเหมาะกับอาหารรสเข้ม เช่น สเต๊กย่าง แต่ถ้าแทนนินนุ่มและบอดี้เบา ไวน์จะดื่มง่ายกว่าในมื้อสบาย ๆ
พันธุ์องุ่นเปลี่ยนกลิ่นได้จริง
องุ่นพันธุ์สำหรับทำไวน์ แต่ละพันธุ์ให้บุคลิกต่างกันชัดเจน เช่น Cabernet มักไปทางดำลึกและจริงจัง ส่วน Merlot จะนุ่มกว่าและมีกลิ่นผลไม้สุกที่เข้าถึงง่ายกว่า ในทางปฏิบัติมักพบว่า คนที่ชอบไวน์จากองุ่นแดงแบบดื่มง่ายจะเริ่มจับได้จากความต่างของกลิ่นและความฝาดก่อนเสมอ พอจำภาพรวมได้แล้ว คุณจะคัดไวน์ที่ใช่ได้เองง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งฉลากมากนัก
เลือกไวน์องุ่นแดงยี่ห้อไหนดีให้เหมาะกับมือใหม่
พอรู้จักรสชาติพื้นฐานแล้ว คำถามถัดมามักไม่ใช่เรื่องว่าไวน์ขวดไหนดีที่สุด แต่คือขวดไหนเหมาะกับมือใหม่มากที่สุด เพราะ ไวน์องุ่นแดง แต่ละสไตล์ให้ประสบการณ์ต่างกันมาก ตั้งแต่ดื่มง่ายนุ่ม ๆ ไปจนถึงหนักแน่นมี แทนนิน ชัด เลยควรเลือกจากการใช้งานจริงมากกว่าดูชื่อยี่ห้ออย่างเดียว
ดูจากพันธุ์องุ่นและสไตล์ไวน์
ถ้าเพิ่งเริ่ม ดีกว่าเลือก ไวน์จากองุ่นแดง ที่มีบอดี้กลางถึงเบา เพราะจะดื่มง่ายกว่าและไม่กดลิ้นมาก เช่นไวน์ที่ใช้พันธุ์องุ่นซึ่งให้ โน้ตผลไม้ ชัดและแทนนินไม่จัดเกินไป มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเริ่มจากไวน์เข้ม ๆ ถึงจะดูจริงจัง แต่ในทางปฏิบัติไวน์ที่นุ่มกว่า มักช่วยให้แยกกลิ่นและรสได้ชัดกว่า เหมาะกับการฝึกจมูกและลิ้นมากกว่า
เวลาจะเลือก ลองดูว่าไวน์ขวดนั้นโน้มไปทางสดชื่น นุ่ม หรือหนักแน่น ถ้าคุณชอบดื่มกับอาหารง่าย ๆ อย่างพาสต้า ไก่อบ หรือเห็ดผัด ไวน์แดงสไตล์เบาสบายมักเข้ากันกว่า แต่ถ้าชอบเนื้อย่างหรืออาหารรสเข้ม ค่อยขยับไปโทนที่มี บอดี้ไวน์ หนักขึ้น ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือคนที่เริ่มจากไวน์ฝรั่งเศสแนวกลมและแห้ง เพราะมักไม่หวานจัดจนเกินไป ทำให้คุมรสง่ายในมื้อแรก
อ่านฉลากแบบไม่งง
ฉลากคือทางลัดที่ช่วยตัดสินใจได้เร็วกว่าเดาสุ่มจากชื่อแบรนด์ ให้ดู 3 จุดก่อนคือพันธุ์องุ่น ประเทศผู้ผลิต และระดับความแห้ง เพราะข้อมูลสามอย่างนี้บอกสไตล์ได้ค่อนข้างแม่น เช่น ถ้าเห็นคำว่า ไวน์ฝรั่งเศส บนฉลาก มักหมายถึงไวน์ที่เน้นสมดุลและโครงสร้าง มากกว่าความหวานนำแบบผลไม้จัด ๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากลองแบบค่อยเป็นค่อยไป
อีกจุดที่มือใหม่มักมองข้ามคือการดูคำบรรยายบนฉลาก เช่น full bodied, medium bodied หรือ dry คำพวกนี้ช่วยคาดเดาได้ว่าไวน์จะหนักแค่ไหนและเข้ากับอาหารแบบใด ถ้าฉลากระบุชื่อ องุ่นพันธุ์สำหรับทำไวน์ ชัดเจน แปลว่าผู้ผลิตอยากให้คนซื้อเข้าใจสไตล์ตั้งแต่แรก ตัวอย่างเช่น ขวดที่เน้นพันธุ์เดียวมักให้รสที่ตรงไปตรงมา ส่วนแบบเบลนด์อาจซับซ้อนขึ้นแต่คาดเดายากกว่าเล็กน้อยสำหรับผู้เริ่มต้น
งบประมาณและโอกาสในการดื่ม
ถ้าถามว่าไวน์องุ่นแดงยี่ห้อไหนดี คำตอบที่ใช้งานได้จริงคือเลือกให้ตรง “โอกาส” ก่อนราคา ขวดที่เหมาะกับดื่มคนเดียวหลังเลิกงานไม่จำเป็นต้องซับซ้อนมาก แต่ถ้าเป็นมื้อพิเศษกับเพื่อน ควรเลือกไวน์ที่มีโครงสร้างดีขึ้นเล็กน้อยเพื่อรับกับอาหารได้กว้างกว่า วิธีนี้ช่วยให้เงินที่จ่ายไปไม่สูญเปล่า เพราะไวน์ที่เหมาะกับบริบท มักให้ความพึงพอใจมากกว่าขวดแพงที่ไม่เข้ากับอาหาร
สำหรับมือใหม่ งบกลางมักเป็นจุดเริ่มที่ปลอดภัย เพราะมักได้สมดุลระหว่างคุณภาพและความเสี่ยงเรื่องรสที่แปลกเกินไป แต่ถ้างบจำกัด ให้เน้นขวดที่ฉลากชัดและมาจากผู้ผลิตที่สื่อสารสไตล์ตรงไปตรงมา มากกว่าจ่ายเพิ่มเพราะชื่อดังอย่างเดียว ในหลายกรณีไวน์ราคาพอดีที่เปิดง่าย ดื่มง่าย และจับคู่กับอาหารได้ดี จะเป็นขวดที่ถูกหยิบซ้ำบ่อยที่สุด ซึ่งนั่นแหละคือคำตอบที่คุ้มจริงของ ไวน์องุ่นแดง สำหรับคนเริ่มต้น
วิธีดื่มไวน์แดงให้อร่อยกว่าที่คิด
การดื่ม ไวน์องุ่นแดง ให้อร่อยขึ้น บ่อยครั้งไม่ได้อยู่ที่ขวดราคาแพง แต่อยู่ที่วิธีเสิร์ฟและจังหวะที่ปล่อยให้ไวน์ค่อย ๆ เปิดตัว ถ้าเสิร์ฟผิดอุณหภูมิ ต่อให้เป็น ไวน์แดง ที่บาลานซ์ดีแค่ไหน กลิ่นและแทนนินก็จะดูแข็งหรือเงียบกว่าที่ควร
อุณหภูมิที่พอดีช่วยให้รสไม่หาย
ไวน์ที่เย็นเกินไปมักทำให้ โน้ตผลไม้ หลบลงและความฝาดเด่นขึ้น เพราะความเย็นไปกดกลิ่นหอมให้ปิดอยู่ ในทางปฏิบัติไวน์แดงสไตล์เบากว่ามักเหมาะกับความเย็นนิดเดียว ส่วนสไตล์บอดี้ไวน์แน่น ๆ ควรอุ่นขึ้นอีกนิดก่อนเสิร์ฟ ถ้าเปิดจากตู้เย็นเลยแล้วรสดูแบน ลองวางพักสั้น ๆ ให้แก้วปรับตัวก่อนดื่ม จะเห็นความต่างชัดในจิบแรก
แก้วไวน์และการพักไวน์มีผลกว่าที่คิด
แก้วปากกว้างช่วยให้กลิ่นกระจายและทำให้รับชั้นกลิ่นของ ไวน์จากองุ่นแดง ได้ง่ายขึ้น เพราะพื้นที่ผิวสัมผัสกับอากาศมากกว่าแก้วแคบ เวลาดื่มจริงไม่จำเป็นต้องทำพิธีรีตองเยอะ แค่รินพอประมาณ หมุนแก้วเบา ๆ แล้วจิบแรกช้า ๆ เพื่อจับโครงสร้างของไวน์ก่อน ข้อควรระวังคือไวน์บางขวด โดยเฉพาะที่แทนนินจัด จะเปิดตัวดีขึ้นหลังพักในแก้วสักครู่ แต่ถ้าพักนานเกินไป กลิ่นผลไม้บางแบบจะเริ่มจางและเสียจังหวะได้
จับคู่ไวน์องุ่นแดงกับอาหารแบบไม่พลาด
พอเริ่มมองไวน์เป็นเรื่องของโครงสร้างมากกว่าชื่อพันธุ์ การจับคู่กับอาหารจะสนุกขึ้นเยอะ เพราะ ไวน์องุ่นแดง ไม่ได้เหมาะกับทุกจานเท่ากัน ขวดที่บอดี้เบาให้ความรู้สึกคนละแบบกับขวดที่แทนนินชัด ดังนั้นการเลือกคู่ที่ถูกจึงช่วยดึง โน้ตผลไม้ และความกลมของรสออกมาได้ดีกว่าเดิม
อาหารที่เข้ากับไวน์เบา กลาง และหนัก
หลักง่าย ๆ คือจับความหนักของอาหารให้ใกล้กับความหนักของไวน์ ถ้าเป็นไวน์เบา เช่นสไตล์ที่แทนนินไม่จัดและกลิ่นออกผลไม้สด ควรไปกับอกไก่ย่าง เห็ดผัดเนย หรือปลาแซลมอนย่าง เพราะอาหารเหล่านี้ไม่กลบรสไวน์ และยังช่วยให้ความเปรี้ยวปลาย ๆ ดูนุ่มขึ้น ส่วนไวน์กลาง มักเข้ากับพาสต้า ซอสแดง เป็ดอบ หรือหมูย่างเตาถ่าน เพราะมีทั้งไขมันและความหวานธรรมชาติที่รองรับ บอดี้ไวน์ ได้ดี
ถ้าเป็นไวน์หนักที่มีแทนนินชัดและกลิ่นเข้ม ควรจับกับสเต๊กเนื้อ ซี่โครงอบ หรือเนื้อตุ๋น เพราะโปรตีนและไขมันจะช่วยลดความฝาด ทำให้ไวน์ดูสมดุลขึ้น ในทางปฏิบัติ ถ้าเสิร์ฟไวน์หนักกับจานเบาเกินไป มักเหลือแต่ความเข้มของแอลกอฮอล์กับแทนนินที่เด่นเกินเหตุ เช่น สเต๊กจานเล็กอาจยังพอไหว แต่ถ้าเป็นสลัดไก่รสอ่อน ไวน์จะดูกลืนอาหารทันที
เมนูไทยที่เข้ากับไวน์องุ่นแดง
อาหารไทยเข้ากับไวน์ได้ดีมากถ้าเลือกวิธีปรุงให้ถูกทาง เมนูอย่างหมูปิ้ง เนื้อย่างจิ้มแจ่ว หรือเป็ดย่างหนังกรอบมักไปได้สวยกับไวน์แดงที่มีผลไม้เด่นและแทนนินไม่แข็ง เพราะความหวานเค็มของซอสและควันจากการย่างช่วยเชื่อมรสให้เนียนขึ้น อีกตัวอย่างที่คนมักมองข้ามคือแกงมัสมั่นไก่ เพราะเครื่องเทศอุ่น ๆ และความมันจากกะทิช่วยให้ไวน์ดูนุ่มกว่าการจับคู่กับอาหารจืด
ถ้าเป็นเมนูผัดไทย ผัดหมี่โคราช หรือก๋วยเตี๋ยวผัดรสกลม ควรเลือกไวน์ที่ไม่โอ๊กจัดเกินไป เพราะกลิ่นคั่วจากกระทะจะเข้ากับความหอมขององุ่นพันธุ์สำหรับทำไวน์บางสายได้ดี แต่ถ้าเผ็ดนำมาก อาหารจะไปชนกับแอลกอฮอล์จนรสเพี้ยน คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือมองหาเมนูไทยที่มีความหวาน เค็ม หรือมันนำ ก่อน แล้วค่อยเสริมเผ็ดแบบพอดี
คู่กัดที่ควรเลี่ยงถ้าไม่อยากให้รสเพี้ยน
อาหารรสเผ็ดจัดคือคู่ที่ต้องระวังที่สุด เพราะความเผ็ดจะทำให้แอลกอฮอล์ในไวน์ดูร้อนขึ้นและขับแทนนินให้ฝาดกว่าเดิม ผลที่เจอบ่อยคือแกงส้มเผ็ดจัด ส้มตำใส่พริกเยอะ หรือยำรสแซ่บมาก ๆ พอชนกับไวน์องุ่นแดงแล้ว รสผลไม้จะหายไปเกือบหมด เหลือแต่ความแสบลิ้นกับความขมท้ายปาก
ของหวานจัดและอาหารเปรี้ยวแรงก็เป็นอีกกลุ่มที่ทำให้รสไวน์เสียสมดุลได้ง่าย เช่น เค้กครีมหวานมาก ซอสบัลซามิกเข้ม หรืออาหารที่บีบมะนาวหนัก ๆ เพราะความหวานจะทำให้ไวน์ดูกระด้าง ส่วนความเปรี้ยวจะดันความฝาดขึ้นมา ถ้าจำเป็นต้องเสิร์ฟคู่กันจริง ๆ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเลือกไวน์ที่ผลไม้เด่น แทนนินนุ่ม และเสิร์ฟกับจานที่มีไขมันหรือโปรตีนช่วยพยุงรส ไม่ใช่ปล่อยให้ไวน์ต้องยืนเดี่ยว ๆ กับรสจัดทุกทาง
จริงหรือที่ไวน์องุ่นแดงดื่มยากสำหรับมือใหม่
ความเชื่อว่า ไวน์องุ่นแดง ดื่มยากสำหรับมือใหม่ มักเกิดจากประสบการณ์แรกที่เจอขวดที่แทนนินจัดหรือบอดี้หนักเกินไป มากกว่าจะเป็นปัญหาของไวน์แดงทั้งหมด ถ้าเริ่มจากสไตล์ที่เบาและมีโน้ตผลไม้ชัด รสจะนุ่มกว่าที่หลายคนคิด และเข้าถึงง่ายกว่าการเริ่มจากขวดที่โครงสร้างแน่นทันที
เริ่มจากสไตล์เบา แล้วค่อยขยับไปหาขวดที่เข้มขึ้น
ในทางปฏิบัติ มือใหม่มักถูกสะดุดเพราะเลือกไวน์จากชื่อเสียงหรือฉลากสวยมากกว่ารสที่ตัวเองชอบ ทางที่ดีกว่าคือมองหา ไวน์จากองุ่นแดง ที่ให้กลิ่นผลไม้ชัด แทนนินไม่แข็ง และบอดี้ไม่หนาเกินไป เพราะสไตล์แบบนี้จะพาให้ลิ้นคุ้นกับโครงสร้างของไวน์ทีละขั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเริ่มจากแก้วที่ให้ความรู้สึกนุ่มและสดกว่า โอกาสที่จะรู้สึกว่าไวน์ฝาดจนดื่มต่อไม่ไหวจะลดลงมาก
ความชอบของตัวเองสำคัญกว่าตามกระแส
สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือไวน์ที่คนอื่นบอกว่า “ดี” อาจไม่ใช่ขวดที่เหมาะกับเราเสมอไป บางคนชอบโน้ตผลไม้สด บางคนชอบรสลึกและมีแทนนินชัดกว่า ถ้าลองจดสั้น ๆ หลังดื่มว่าแก้วไหนรู้สึกง่าย แก้วไหนรู้สึกหนัก คุณจะเห็นแพตเทิร์นของตัวเองเร็วขึ้น และเลือก ไวน์แดง ได้แม่นกว่าเดิมเยอะ ยกเว้นในกรณีที่ตั้งใจฝึกชิมสไตล์เข้มเป็นพิเศษ การบังคับตัวเองให้ชอบขวดที่ฮิตอาจทำให้มองว่าไวน์ยาก ทั้งที่จริงแค่ยังไม่เจอสไตล์ที่ใช่เท่านั้น
เริ่มเลือกไวน์องุ่นแดงให้เข้ากับรสนิยมของคุณ
ถ้ากำลังเริ่มมองหา ไวน์องุ่นแดง ให้เข้ากับตัวเอง จุดที่ควรคิดก่อนราคา คือคุณอยากได้แก้วแบบไหนในมื้อนั้น บางคนชอบ ไวน์แดง ที่นุ่ม ดื่มง่าย บางคนชอบกลิ่นผลไม้ชัดและ บอดี้ไวน์ เบา ๆ เพราะมันไม่ไปกลบอาหาร
เริ่มจากสไตล์ที่ดื่มง่ายก่อน
วิธีที่ใช้ได้จริงคือเลือกจากโอกาสและอารมณ์มากกว่าป้ายชื่อพันธุ์องุ่น เพราะ องุ่นพันธุ์สำหรับทำไวน์ ให้บุคลิกต่างกันพอสมควร เช่น ถ้าชอบความละมุนให้เริ่มจากขวดที่แทนนินไม่ดุ ส่วนคนที่อยากได้โครงสร้างชัดค่อยขยับไปสไตล์เข้มขึ้น ในทางปฏิบัติ คนที่ลองจากไวน์จากองุ่นแดงที่กลิ่น โน้ตผลไม้ เด่น มักจับทางรสตัวเองได้เร็วกว่า
อ่านฉลากแบบไม่ต้องจำให้เยอะ
ดูแค่ 3 อย่างก็พอ คือระดับความหวาน ความเข้ม และแหล่งผลิต เพราะข้อมูลพวกนี้ช่วยบอกแนวรสได้ดีกว่าการเดาชื่อสวย ๆ ขวดหนึ่งอาจเหมาะกับดินเนอร์สบาย ๆ แต่อีกขวดเหมาะกับอาหารรสจัด ข้อควรระวังคือไวน์องุ่นแดงที่เหมาะกับคุณวันนี้ อาจไม่ใช่ขวดเดิมในทุกโอกาส ถ้าเริ่มจากสิ่งที่ดื่มแล้วสบายลิ้น คุณจะค่อย ๆ รู้เองว่าอยากไปทางแบบไหนต่อ





